Living in an Elastic Time นิทรรศการงานคราฟต์ร่วมสมัย ถึง 27 กันยายน 2026

admin

พาชมนิทรรศการ Living in an Elastic Time ที่ Jim Thompson Art Center รวมแนวคิด ไฮไลต์ ศิลปิน ค่าเข้าชม เวลาเปิด การเดินทาง และแผนที่ก่อนชมจริง

Living in an Elastic Time หรือ “ชีวิต เวลา ยืดหยุ่น” เป็นนิทรรศการที่ชวนมองงานคราฟต์ไทยในฐานะความรู้ที่มีชีวิต ไม่ได้หยุดอยู่แค่ของใช้หรือวัตถุสวยงาม แต่เชื่อมโยงแรงงาน ความทรงจำ พิธีกรรม เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงของสังคมเข้าด้วยกัน งานจัดที่ Jim Thompson Art Center และบางส่วนต่อเนื่องไปยัง Jim Thompson House Museum เหมาะกับคนที่สนใจศิลปะร่วมสมัย งานฝีมือ วัสดุ และเรื่องเล่าของชุมชน

ชื่อนิทรรศการ Living in an Elastic Time (ชีวิต เวลา ยืดหยุ่น)
ช่วงจัดแสดง 30 เมษายน–27 กันยายน 2026
สถานที่ Jim Thompson Art Center และ Jim Thompson House Museum
เวลาเปิด ทุกวัน 10.00–18.00 น.
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาทเฉพาะ Art Center หรือ 250 บาทสำหรับ House Museum และ Art Center

จุดเด่นของ Living in an Elastic Time

นิทรรศการไม่ได้แบ่งงานคราฟต์ออกจากศิลปะร่วมสมัยอย่างเด็ดขาด แต่พาผู้ชมเห็นว่าการแกะสลัก ทอผ้า หล่อโลหะ ทำเซรามิก หรือสร้างงานด้วยวัสดุใช้แล้ว สามารถเป็นทั้งทักษะที่ส่งต่อระหว่างรุ่นและภาษาสำหรับตั้งคำถามกับโลกปัจจุบันได้ แนวคิดเรื่อง “เวลาที่ยืดหยุ่น” จึงหมายถึงเวลาที่วนกลับ ซ้อนทับ และเติบโตจากการลงมือทำซ้ำอย่างอดทน

พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ Living in an Elastic Time

สามส่วนสำคัญที่ควรสังเกต

ส่วนแรกพูดถึงการสร้างโดยไม่กำหนดเส้นตาย เน้นกระบวนการที่ช่างฝีมือใช้เวลาสั่งสมทักษะและส่งต่อความรู้ ส่วนที่สองคือ Techno Craft ซึ่งนำเทคโนโลยีมาทำงานร่วมกับวิธีทำแบบดั้งเดิม เกิดเป็นรูปแบบผสมที่ไม่ทิ้งรากเดิม ส่วนที่สามชวนมองเวลาในมิติของสมาธิ จินตนาการ และระบบนิเวศ โดยจัดพื้นที่บางช่วงให้คล้ายห้องนั่งเล่น ทำให้วัตถุคราฟต์กลับมาอยู่ใกล้ชีวิตประจำวันอีกครั้ง

ศิลปินและงานที่น่าสนใจ

รายชื่อผู้ร่วมแสดงครอบคลุมทั้งศิลปิน นักออกแบบ และช่างฝีมือหลายรุ่น เช่น Pinaree Sanpitak, Mit Jai Inn, Rirkrit Tiravanija, Ploenchan Vinyaratn, DonMooDin, Studio Mueja และ Grandma Baeng Sonmai งานมีทั้งเซรามิก สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ งานจัดวาง ภาพยนตร์ และการใช้วัสดุเหลือทิ้ง จุดที่น่าสนใจคือแต่ละชิ้นไม่ได้ถูกนำเสนออย่างโดดเดี่ยว แต่เชื่อมกับภูมิหลังของวัสดุ สถานที่ และผู้ทำ

ผลงานศิลปะและงานคราฟต์ใน Living in an Elastic Time

บรรยากาศและจุดถ่ายรูป

พื้นที่ Gallery 1 และ Gallery 2 มีทั้งงานขนาดใหญ่ ทางเดินที่เปลี่ยนจังหวะการมอง และรายละเอียดของพื้นผิววัสดุ เหมาะกับภาพมุมกว้างที่เห็นความสัมพันธ์ระหว่างชิ้นงานกับสถาปัตยกรรม ส่วนงานที่กระจายอยู่ในบ้านจิม ทอมป์สันและสวนให้บรรยากาศต่างออกไป เพราะงานร่วมสมัยเข้าไปสนทนากับบ้านไม้ ของสะสม และธรรมชาติ แนะนำให้ถ่ายภาพโดยไม่ใช้แฟลชและหลีกทางให้ผู้ชมคนอื่น

เหมาะกับใครและควรเผื่อเวลาเท่าไร

เหมาะกับนักเรียนศิลปะ คนทำงานออกแบบ ผู้สนใจงานคราฟต์ไทย และคนที่อยากหากิจกรรมในร่มใกล้รถไฟฟ้า หากชมเฉพาะ Art Center ควรเผื่อประมาณ 60–90 นาที แต่ถ้าซื้อบัตรรวม House Museum และตั้งใจดูงานที่กระจายอยู่หลายจุด ควรเผื่ออย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง ผู้ที่พาเด็กเล็กมาด้วยควรดูแลเรื่องการสัมผัสชิ้นงานและเลือกช่วงที่คนไม่หนาแน่น

การเดินทางและที่จอดรถ

ลง BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ทางออก 1 แล้วเดินเข้าซอยเกษมสันต์ 2 ประมาณ 3–5 นาที หรือขึ้นเรือคลองแสนแสบลงท่าสะพานหัวช้างแล้วเดินต่อประมาณ 3 นาที รถยนต์ส่วนตัวเข้าซอยได้แต่พื้นที่ใจกลางเมืองและที่จอดมีจำกัด การใช้รถไฟฟ้าหรือเรียกรถผ่านแอปจึงสะดวกกว่า หากจำเป็นต้องขับรถ ควรโทรสอบถามพื้นที่จอดก่อนออกเดินทาง

แผนที่ Living in an Elastic Time

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

Living in an Elastic Time จัดถึงวันไหน?

จัดแสดงถึงวันที่ 27 กันยายน 2026 ควรตรวจประกาศของสถานที่อีกครั้งก่อนเดินทาง หากต้องการไปในช่วงวันสุดท้าย

ต้องซื้อตั๋วล่วงหน้าหรือไม่?

ผู้เข้าชมทั่วไปสามารถซื้อบัตรตามระบบของสถานที่ได้ แต่กลุ่มใหญ่ควรติดต่อจองล่วงหน้าเพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดการเข้าชมได้เหมาะสม

นิทรรศการนี้ต่างจากพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สันอย่างไร?

Art Center เน้นนิทรรศการหมุนเวียนร่วมสมัย ขณะที่ House Museum เน้นบ้าน สถาปัตยกรรม และคอลเล็กชันเดิม รอบนี้มีงานบางส่วนเชื่อมทั้งสองพื้นที่ จึงเหมาะกับการชมควบคู่กัน

สรุปก่อนวางแผนไปชม

Living in an Elastic Time เป็นนิทรรศการที่ดูสนุกได้ทั้งในระดับภาพ วัสดุ และเรื่องเล่า คนที่ไม่คุ้นกับศิลปะร่วมสมัยสามารถเริ่มจากสังเกตวิธีทำและวัสดุ ส่วนคนที่สนใจเชิงลึกจะพบประเด็นเรื่องแรงงาน ความทรงจำ การอนุรักษ์ และเทคโนโลยีซ้อนอยู่ในแต่ละส่วน เลือกบัตรให้ตรงกับพื้นที่ที่อยากชมและเผื่อเวลาเดินระหว่าง Art Center บ้าน และสวน จะได้ประสบการณ์ครบที่สุด

WarpDraek พาไปดูของจริง วางแผนง่าย และเที่ยวได้คุ้มกว่าเดิม


Next Post

Jim Thompson Art Center เที่ยวหอศิลป์ใกล้ BTS สนามกีฬาแห่งชาติ

คู่มือเที่ยว Jim Thompson Art Center รวมค่าเข้าชม เวลาเปิด นิทรรศการ ห้องสมุด จุดถ่ายรูป การเดินทางด้วย BTS และข้อควรรู้ก่อนวางแผนไป
ปกรีวิว Jim Thompson Art Center

You May Like