รีวิว haus VE/LA ทองหล่อ แฟลกชิปคาเฟ่สุขุมวิท 53 เปิดใหม่ 2026

admin

พาไปรู้จัก haus VE/LA แฟลกชิปคาเฟ่ทองหล่อในซอยสุขุมวิท 53 พร้อมเมนู The Archives บรรยากาศร้าน การเดินทาง และภาพจริงจากร้าน

ถ้ากำลังมองหาคาเฟ่ทองหล่อที่จริงจังทั้งเรื่องกาแฟ งานออกแบบ และประสบการณ์ในร้าน haus VE/LA คือแฟลกชิปคาเฟ่ของ VE/LA ที่รวมเรื่องราวตลอด 5 ปีของแบรนด์ไว้ในอาคารกระจกสูงกลางซอยสุขุมวิท 53 ตั้งแต่บาร์กาแฟและมัทฉะ เบเกอรีทำในร้าน ไปจนถึงคอลเลกชันของใช้สำหรับบ้าน

จุดเด่นของที่นี่ไม่ใช่แค่พื้นที่สวยถ่ายรูปได้ แต่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ The Archives จำนวน 5 แก้วที่เล่าแต่ละปีของ VE/LA ผ่านรสชาติ ใครชอบคาเฟ่โทนอบอุ่น แสงธรรมชาติ งานไม้ และเครื่องดื่มที่มีเรื่องราว ร้านนี้เหมาะจะปักหมุดไว้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายในย่านทองหล่อ

ข้อมูล haus VE/LA แบบสรุป

ชื่อร้าน haus VE/LA
ประเภท แฟลกชิปคาเฟ่ Specialty Coffee, Matcha และเบเกอรี
ที่อยู่ 186/67 ซอยสุขุมวิท 53 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
เวลาเปิด ทุกวัน 07.00–20.00 น.
การเดินทาง BTS ทองหล่อ แล้วต่อรถเข้าไปในซอยสุขุมวิท 53
เหมาะกับ คอกาแฟ คนชอบมัทฉะ นัดคุยงาน และสายถ่ายรูป

โถงกระจกและบาร์กาแฟ haus VE/LA ทองหล่อ

ทำไม haus VE/LA ถึงน่าแวะ

haus VE/LA เปิดเป็น Global Flagship ของแบรนด์ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2026 บนพื้นที่ซึ่งออกแบบให้เป็น “บ้าน” ของ VE/LA มากกว่าคำว่าสาขา ภายในรวมบาร์กาแฟและมัทฉะ เบเกอรี พื้นที่รีเทล VE/LA at Home และเมนูพิเศษที่มีเฉพาะที่นี่ไว้ในอาคารเดียว

สิ่งที่ทำให้ร้านต่างจาก VE/LA สาขาทั่วไปคือจังหวะของพื้นที่ บาร์ยาวเปิดให้เห็นขั้นตอนการชงแบบใกล้ชิด เครื่องชงถูกวางถอยไปด้านหลังเพื่อให้บาริสต้าและลูกค้ามีพื้นที่สื่อสารกันมากขึ้น ส่วนกลางร้านมีเอกสารและสเก็ตช์จากคลังของแบรนด์ให้เปิดดู ทำให้การมาคาเฟ่ครั้งนี้มีมิติคล้ายการเดินชมเรื่องราวของ VE/LA ไปพร้อมกับการดื่มกาแฟ

  • แฟลกชิปเต็มรูปแบบ: รวมเครื่องดื่ม เบเกอรี และสินค้าไลฟ์สไตล์ไว้ครบ
  • เมนูเฉพาะสาขา: The Archives มีให้ลองที่ haus VE/LA เท่านั้น
  • งานออกแบบละเอียด: กระจกสูง งานไม้ หิน กระเบื้องทำมือ และแสงอบอุ่น
  • มีมุมกิจกรรม: พบกับ hardcopy โฟโต้บูธที่พิมพ์ภาพออกมาในรูปแบบใบเสร็จ

ภาพมุมสูงของบาร์และโถง haus VE/LA

เมนูแนะนำ The Archives ทั้ง 5 แก้ว

เมนูเปิดตัวของ haus VE/LA ใช้ชื่อว่า The Archives เป็นเครื่องดื่ม 5 แก้วที่แทนเส้นทางของแบรนด์ตั้งแต่ปี 2021–2025 แต่ละแก้วมีองค์ประกอบต่างกันชัดเจน จึงเลือกได้ทั้งสายกาแฟ สายหวาน และสายมัทฉะ

  • 2021 Sweet Sixteen · Banoffee Ombre — Long Black จากเมล็ด Dusk แต่งด้วยวิปครีมกล้วย คาราเมลไหม้เค็ม และกล้วยเคลือบน้ำผึ้ง
  • 2022 All or Nothing · Old Fashioned Cold Brew — Cold Brew ผสานนมเลมอนใส กลิ่นอบเชย เสาวรส และน้ำผึ้งป่า
  • 2023 Sticky Situation · Mango Sticky Rice Latte — น้ำมะม่วง เอสเปรสโซ Pangkhon Dusk ข้าวเหนียว ครีมมะพร้าว และข้าวคั่ว
  • 2024 The Affair · Earl Grey Matcha — มัทฉะ Sundown จากมิเอะ จับคู่กับนมคั่วที่มีกลิ่นเบอร์กามอตและเอิร์ลเกรย์
  • 2025 Home · Haute Brewage Pour Over — เลือกกาแฟ Morning, Midday หรือ Midnight ดริปร้อนแล้วลดอุณหภูมิในน้ำแข็งเค็มก่อนเสิร์ฟที่โต๊ะ

ถ้าเลือกไม่ถูก สายของหวานเริ่มจาก Banoffee Ombre ได้ง่าย ส่วนคนที่อยากสัมผัสการชงแบบเป็นพิธีการและรสกาแฟชัด ๆ น่าจะถูกใจกับ Haute Brewage Pour Over ขณะที่ Earl Grey Matcha เหมาะกับคนที่อยากลองการจับคู่มัทฉะกับกลิ่นชาแบบซับซ้อนขึ้น

เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ The Archives ทั้งห้าแก้ว

บรรยากาศและมุมถ่ายรูป

ภาพรวมของร้านใช้วัสดุหลายเฉดไม้ หิน สเตนเลสดิบ และไม้สักเก่ามาประกอบกันอย่างเรียบแต่มีรายละเอียด ผนังหลังกาแฟกรุด้วยกระเบื้องทำมือจากเชียงใหม่ ส่วนผนังกระจกสูงรับแสงช่วงบ่ายเข้ามาเต็มพื้นที่ ทำให้โทนของร้านเปลี่ยนไปตามเวลา

ช่วงกลางวันเหมาะกับการถ่ายภาพมุมกว้างจากชั้นบนลงมาที่บาร์และโซฟากลางร้าน ส่วนช่วงเย็นแสงจะอุ่นและนุ่มขึ้น จุดที่ไม่ควรพลาดคือบันไดไม้โค้ง มุมโซฟารับแสง เคาน์เตอร์หิน และชั้นสินค้า VE/LA at Home หากต้องการภาพที่คนไม่แน่น การมาเช้าหลังร้านเปิดไม่นานจะจัดเฟรมได้ง่ายกว่า

บันไดไม้ดีไซน์โค้งภายใน haus VE/LA

haus VE/LA เหมาะกับใคร

  • คนชอบ Specialty Coffee: มีตัวเลือกเมล็ดและวิธีเสิร์ฟที่เน้นรายละเอียดของกาแฟ
  • สายมัทฉะ: มีเมนูมัทฉะของ VE/LA และ Earl Grey Matcha ที่ทำเฉพาะสาขานี้
  • คนชอบงานออกแบบ: วัสดุ แสง เฟอร์นิเจอร์ และสัดส่วนอาคารมีมุมให้สังเกตเยอะ
  • นัดคุยหรือนั่งพัก: บรรยากาศภายในเหมาะกับการคุยกันแบบสบาย ๆ มากกว่าคาเฟ่แบบแวะซื้อแล้วกลับ
  • นักท่องเที่ยวสายคาเฟ่: อยู่ในย่านทองหล่อ เดินทางต่อไปคาเฟ่และร้านอาหารใกล้เคียงได้สะดวก

ร้านมีพื้นที่เปิดและเพดานสูง แต่ช่วงเปิดตัวหรือวันหยุดอาจมีลูกค้าหนาแน่น หากตั้งใจมาถ่ายรูปหรืออยากนั่งมุมที่ชอบ ควรเผื่อเวลารอและหลีกเลี่ยงช่วงบ่ายของวันหยุด

ชั้นวางสินค้า VE/LA at Home ภายในร้าน

การเดินทางและที่จอดรถ

ที่อยู่: 186/67 ซอยสุขุมวิท 53 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

รถไฟฟ้า: ลง BTS ทองหล่อ แล้วต่อวินมอเตอร์ไซค์หรือแท็กซี่เข้าไปยังซอยสุขุมวิท 53 เหมาะกับวันที่ไม่อยากหาที่จอดรถในย่านทองหล่อ

รถยนต์: ปักหมุด “haus VE/LA” ก่อนออกเดินทาง เนื่องจากข้อมูลทางการของร้านไม่ได้ระบุรายละเอียดหรือจำนวนที่จอดรถไว้อย่างชัดเจน แนะนำสอบถามร้านล่วงหน้าหรือเตรียมใช้บริการที่จอดรถใกล้เคียง

เวลาเปิด: ทุกวัน 07.00–20.00 น. วันและเวลาอาจเปลี่ยนได้ในช่วงกิจกรรมพิเศษ ควรตรวจสอบประกาศของร้านก่อนเดินทาง

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ haus VE/LA

haus VE/LA เปิดกี่โมง?

ร้านเปิดทุกวัน เวลา 07.00–20.00 น. หากไปในวันจัดกิจกรรมหรือวันหยุดพิเศษ ควรตรวจสอบเวลาจากช่องทางของร้านอีกครั้ง

ร้านอยู่ใกล้ BTS สถานีไหน?

สถานีที่ใกล้และเดินทางต่อสะดวกคือ BTS ทองหล่อ จากนั้นต่อวินมอเตอร์ไซค์หรือแท็กซี่เข้าไปในซอยสุขุมวิท 53

เมนู The Archives มีที่สาขาอื่นไหม?

The Archives เป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่สร้างขึ้นสำหรับ haus VE/LA และร้านระบุว่ามีให้บริการที่แฟลกชิปแห่งนี้เท่านั้น

ร้านมีเมนูอะไรบ้าง?

มีทั้งกาแฟ มัทฉะ เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ The Archives และเบเกอรีทำในร้าน รวมถึงสินค้า VE/LA at Home และ Haus Collection บางรายการที่จำหน่ายเฉพาะสาขา

มีที่จอดรถหรือไม่?

ข้อมูลทางการไม่ได้ระบุรายละเอียดที่จอดรถอย่างชัดเจน ผู้ที่ขับรถมาควรสอบถามร้านก่อนเดินทาง หรือเลือกเดินทางด้วย BTS ทองหล่อแล้วต่อรถเข้าไป

สรุปรีวิว haus VE/LA ทองหล่อ

haus VE/LA เป็นคาเฟ่ที่เหมาะกับคนอยากสัมผัส VE/LA ในรูปแบบครบที่สุด ทั้งกาแฟ มัทฉะ เบเกอรี งานออกแบบ และเรื่องราวของแบรนด์ จุดที่ทำให้ควรแวะคือเมนู The Archives ที่มีเฉพาะสาขา บรรยากาศกระจกสูงรับแสงธรรมชาติ และรายละเอียดภายในที่ตั้งใจให้ทุกมุมใช้งานได้จริงพร้อมถ่ายรูปสวย

ถ้ามีเวลา แนะนำมาช่วงเช้าเพื่อเลือกที่นั่งง่ายและเห็นร้านในแสงใส หรือช่วงบ่ายแก่เพื่อชมแสงอุ่นบนงานไม้ จากนั้นสามารถวางแผนเที่ยวคาเฟ่และร้านอาหารย่านทองหล่อต่อได้ในวันเดียว

วาร์ปแดกพาไปเช็กอิน haus VE/LA แฟลกชิปคาเฟ่ทองหล่อที่รวมกาแฟ มัทฉะ และดีไซน์ไว้ครบในหลังเดียว

Next Post

รีวิว Seven Rabbit คาเฟ่ในสวนพัฒนาการ 53 มัทฉะ เจลาโต้ทำเอง

รีวิว Seven Rabbit คาเฟ่ในสวนย่านพัฒนาการ 53 พร้อมมัทฉะญี่ปุ่น เจลาโต้ทำเอง กาแฟ Samadool Coffee เมนู ราคา การเดินทาง และมุมถ่ายรูป
รีวิว Seven Rabbit คาเฟ่ในสวนพัฒนาการ 53

You May Like