รีวิว Seven Rabbit คาเฟ่ในสวนพัฒนาการ 53 มัทฉะ เจลาโต้ทำเอง

admin

รีวิว Seven Rabbit คาเฟ่ในสวนย่านพัฒนาการ 53 พร้อมมัทฉะญี่ปุ่น เจลาโต้ทำเอง กาแฟ Samadool Coffee เมนู ราคา การเดินทาง และมุมถ่ายรูป

ถ้าอยากพักจากความวุ่นวายแล้วหาคาเฟ่บรรยากาศร่มรื่นในย่านพัฒนาการ Seven Rabbit คือคาเฟ่ในสวนที่รวมมัทฉะญี่ปุ่น เจลาโต้ทำเอง และกาแฟจาก Samadool Coffee ไว้ในพื้นที่เดียวกัน ตัวร้านซ่อนอยู่หลังกำแพงสีเขียวในซอยพัฒนาการ 53 เมื่อเดินผ่านซุ้มต้นไม้เข้าไปจะเจอสนามหญ้า โต๊ะกลางแจ้ง และอาคารสีครีมที่ให้ความรู้สึกเหมือนมาเยี่ยมบ้านมากกว่าร้านกาแฟกลางกรุงเทพฯ

เสน่ห์ของร้านอยู่ที่การเลือกวัตถุดิบแบบจริงจัง แต่ยังคงบรรยากาศสบาย ๆ เหมาะทั้งกับคนที่อยากเทียบรสมัทฉะหลายตัว คนชอบเจลาโต้เนื้อเนียน และคนที่ต้องการมุมสงบสำหรับนั่งคุยหรือพักระหว่างวัน

ข้อมูล Seven Rabbit แบบสรุป

ชื่อร้าน Seven Rabbit
รูปแบบร้าน คาเฟ่ในสวน มัทฉะญี่ปุ่น เจลาโต้ทำเอง และ Specialty Coffee
ที่อยู่ 280 ซอยพัฒนาการ 53 แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
เวลาเปิด อังคาร–อาทิตย์ 09.00–18.00 น. ปิดวันจันทร์
ราคาโดยประมาณ เครื่องดื่มประมาณ 100–250 บาท เบเกอรีประมาณ 100–180 บาท
เหมาะกับ สายมัทฉะ คนชอบเจลาโต้ ครอบครัว และคนหาคาเฟ่ในสวน

ด้านนอก Seven Rabbit คาเฟ่พัฒนาการ 53

ทำไม Seven Rabbit ถึงน่าแวะ

Seven Rabbit วางคอนเซปต์เป็นคาเฟ่ในสวนสำหรับกิจวัตรเล็ก ๆ ที่ทำให้วันช้าลง ไม่ว่าจะเป็นการชงมัทฉะด้วยมือ ตักเจลาโต้จากแบตช์ที่ทำในร้าน หรือดื่มกาแฟใต้ร่มไม้ จุดเด่นจึงไม่ได้อยู่ที่เมนูใดเมนูหนึ่ง แต่เป็นการเชื่อมอาหาร เครื่องดื่ม และพื้นที่สีเขียวเข้าด้วยกัน

  • สวนจริงกลางเมือง: โต๊ะกระจายอยู่บนสนามหญ้าและระเบียง มีร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่
  • มัทฉะญี่ปุ่นหลายคาแรกเตอร์: เลือกลองได้ทั้งแบบใส ลาเต้ และของหวาน
  • เจลาโต้ทำเอง: เริ่มจากวัตถุดิบจริง ไม่ใช้พรีมิกซ์ และรสชาติในตู้หมุนเวียน
  • กาแฟจาก Samadool Coffee: มีทั้งเอสเปรสโซ กาแฟนม Cold Brew และ Drip Coffee
  • บรรยากาศเป็นกันเอง: เหมาะกับการนั่งพัก คุยกัน และใช้เวลากับครอบครัวหรือเพื่อน

สวนและระเบียงของ Seven Rabbit

เมนูมัทฉะญี่ปุ่นที่น่าลอง

มัทฉะของ Seven Rabbit มาจากญี่ปุ่นทั้งหมด โดยแต่ละชื่อเป็นมัทฉะคนละตัว มีแหล่งปลูก องค์ประกอบสายพันธุ์ และโทนรสต่างกัน จึงเหมาะกับคนที่อยากเริ่มทำความรู้จักมัทฉะมากกว่าการเลือกตามคำว่าเกรด

  • Chiyo: โทนครีมมี่ น้ำนม อูมามิเบา และดอกไม้ขาว ราคาแบบใสประมาณ 120 บาท
  • Miyako no Shiro: มีกลิ่นดอกไม้ขาว สาหร่าย และถั่ว ราคาแบบใสประมาณ 130 บาท
  • Jyouraku: อูมามิเด่น มีความนัตตี้และครีมมี่ ราคาแบบใสประมาณ 130 บาท
  • Sokuchozan: เนื้อสัมผัสครีมมี่ รสหวานและอูมามิเข้ม ราคาแบบใสประมาณ 200 บาท

หากชอบรสนุ่มดื่มง่าย เริ่มจาก Chiyo หรือ Miyako no Shiro ได้ ส่วนคนที่ชอบอูมามิเข้มและบอดี้ชัดควรลอง Sokuchozan นอกจากแบบใสและลาเต้แล้ว ร้านยังนำมัทฉะบางตัวไปทำเจลาโต้ โฟลต และ Affogato ด้วย

มัทฉะญี่ปุ่น Seven Rabbit

เจลาโต้ทำเองและเมนูโฟลต

เจลาโต้ของร้านทำเป็นแบตช์เล็กจากวัตถุดิบจริง เช่น ครีมฝรั่งเศส พิสตาชิโออิตาลี มัทฉะญี่ปุ่น วานิลลาอินโดนีเซีย และผลไม้ไทย รสชาติในตู้สามารถเปลี่ยนไปในแต่ละวัน จึงเหมาะกับการถามพนักงานว่าช่วงนั้นมีรสอะไรเป็นพิเศษ

คนที่อยากได้ทั้งเครื่องดื่มและของหวานในแก้วเดียวสามารถเลือกเมนูโฟลต เช่น Matcha Float Vanilla ประมาณ 230 บาท, Matcha Float Jyouraku ประมาณ 250 บาท, Latte Float Vanilla ประมาณ 180 บาท และ Caramel Float Vanilla ประมาณ 170 บาท

นอกจากนี้ยังสามารถสั่งเจลาโต้กลับบ้านเป็นถ้วย ไพนต์ หรือขนาดใหญ่ โดยร้านมีระบบส่งคำขอพรีออเดอร์แล้วให้ทีมงานตรวจสอบรสชาติ วันรับสินค้า และการชำระเงินอีกครั้ง

เจลาโต้มัทฉะทำเอง Seven Rabbit

กาแฟและเบเกอรี

ฝั่งกาแฟใช้เมล็ดจาก Samadool Coffee และชงด้วยเครื่อง La Marzocco เมนูพื้นฐานมี Espresso และ Cold Brew ประมาณ 100 บาท, Coffee Tonic ประมาณ 120 บาท และ Drip Coffee ประมาณ 140 บาท รวมถึงกาแฟนมและเมนูตามฤดูกาล

เมนูเบเกอรีเหมาะสำหรับสั่งมาคู่กับกาแฟหรือมัทฉะ เช่น Sourdough & Butter ประมาณ 100 บาท, Almond Croissant และ Triple Choc Brownie ประมาณ 140 บาท รวมถึง Basque Cheesecake ประมาณ 180 บาท รายการที่มีในตู้สามารถเปลี่ยนได้ตามวัน

สโคนและแยมในเมนู Seven Rabbit

บรรยากาศและมุมถ่ายรูป

มุมเด่นของร้านเริ่มตั้งแต่ซุ้มทางเข้าสีเขียวที่มีป้าย Seven Rabbit แขวนอยู่ตรงกลาง เมื่อเดินเข้าไปจะเห็นสนามหญ้า โต๊ะสีขาว และเก้าอี้สีสันสดใสกระจายใต้ต้นไม้ใหญ่ ด้านในอาคารเป็นเคาน์เตอร์ไม้สไตล์อบอุ่น รับแสงจากหน้าต่างที่มองออกไปเห็นสวน

ช่วงเช้าเหมาะกับการถ่ายภาพทางเข้าและอาคารสีครีม ส่วนช่วงสายถึงบ่ายแสงจะลอดผ่านใบไม้ลงบนโต๊ะกลางสวน หากตั้งใจมานั่งกลางแจ้งควรเลือกวันที่อากาศไม่ร้อนหรือมาช่วงเช้า เพราะพื้นที่สวนยังสามารถได้ยินเสียงถนนเป็นบางช่วงตามบรรยากาศจริงของกรุงเทพฯ

โต๊ะกลางสวน Seven Rabbit คาเฟ่พัฒนาการ

Seven Rabbit เหมาะกับใคร

  • มือใหม่สายมัทฉะ: มีตัวเลือกหลายโทนรสและสามารถถามข้อมูลก่อนสั่งได้
  • คนชอบเจลาโต้: ได้ลองรสหมุนเวียนและวัตถุดิบที่ร้านเลือกมาทำเอง
  • ครอบครัวและกลุ่มเพื่อน: มีที่นั่งในสวนและบรรยากาศไม่เป็นทางการ
  • คนทำงานย่านพัฒนาการ: เหมาะสำหรับแวะพักช่วงสายหรือบ่าย
  • สายถ่ายรูป: มีทั้งอาคารสีครีม ซุ้มสวน สนามหญ้า และมุมเครื่องดื่ม

การเดินทางและที่จอดรถ

ที่อยู่: 280 ซอยพัฒนาการ 53 แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250 จุดสังเกตคือ Big C Mini อยู่บริเวณด้านหน้า และมีป้ายสีครีมของร้าน

รถไฟฟ้า: สถานีหัวหมากของ Airport Rail Link และ MRT อยู่ห่างจากร้านไม่ถึง 1 กิโลเมตร สามารถเดินหรือต่อรถระยะสั้นได้ ส่วนผู้ที่มาจาก BTS อ่อนนุชสามารถต่อ Grab หรือแท็กซี่มายังพัฒนาการ 53

รถยนต์: ปักหมุด Seven Rabbit ก่อนออกเดินทาง ข้อมูลหน้าคาเฟ่ไม่ได้ระบุจำนวนพื้นที่จอดรถอย่างชัดเจน จึงควรสอบถามร้านล่วงหน้า โดยเฉพาะวันหยุดหรือช่วงที่มีอีเวนต์

เวลาเปิด: วันอังคาร–อาทิตย์ 09.00–18.00 น. ปิดวันจันทร์

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Seven Rabbit

Seven Rabbit เปิดวันไหนและกี่โมง?

ร้านเปิดวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.00–18.00 น. และปิดวันจันทร์

มัทฉะของร้านมาจากญี่ปุ่นทั้งหมดหรือไม่?

มัทฉะในรายการปัจจุบันมาจากญี่ปุ่นทั้งหมด แต่ละชื่อเป็นมัทฉะคนละตัวและมีคาแรกเตอร์ต่างกัน ไม่ได้ใช้ชื่อเพื่อแบ่งระดับเกรด

เจลาโต้ทำเองที่ร้านไหม?

ร้านทำเจลาโต้เองเป็นแบตช์เล็กจากวัตถุดิบจริง รสชาติในตู้สามารถหมุนเวียนและอาจไม่เหมือนกันในแต่ละวัน

Seven Rabbit ใช้เมล็ดกาแฟอะไร?

ร้านใช้เมล็ดจาก Samadool Coffee มีทั้งเอสเปรสโซ กาแฟนม Cold Brew กาแฟดริป และเครื่องดื่มกาแฟบางรายการตามฤดูกาล

เดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้หรือไม่?

เดินทางได้โดยลงสถานีหัวหมากของ Airport Rail Link หรือ MRT แล้วเดินหรือต่อรถระยะสั้นมายังซอยพัฒนาการ 53

สรุปรีวิว Seven Rabbit พัฒนาการ

Seven Rabbit เป็นคาเฟ่ที่เหมาะกับวันที่อยากได้ทั้งพื้นที่สีเขียวและเมนูที่มีรายละเอียด จุดแข็งคือมัทฉะญี่ปุ่นหลายคาแรกเตอร์ เจลาโต้ทำเอง กาแฟจาก Samadool Coffee และสวนที่ให้บรรยากาศผ่อนคลายกว่าคาเฟ่ในอาคารทั่วไป

ถ้าไปครั้งแรก แนะนำเลือกมัทฉะหนึ่งตัวคู่กับเจลาโต้หรือเบเกอรี แล้วเผื่อเวลาเดินชมสวนและถ่ายรูปบริเวณซุ้มทางเข้า ช่วงเช้าจะนั่งกลางแจ้งสบายและเลือกมุมได้ง่ายกว่าช่วงบ่ายของวันหยุด

วาร์ปแดกพาไปเช็กอิน Seven Rabbit คาเฟ่ในสวนพัฒนาการ 53 ที่รวมมัทฉะ เจลาโต้ และกาแฟไว้ในบรรยากาศสบาย ๆ

You May Like